หินปูนในช่องปาก เกิดขึ้นได้อย่างไร มีวิธีป้องกันไหม

หินปูนในช่องปาก เกิดขึ้นได้อย่างไร มีวิธีป้องกันไหม
FAV A GOOD LAB

หินปูนในช่องปาก หลาย ๆ คนอาจจะเห็นได้ชัดจากคราบเหลืองที่เกาะอยู่ตามฟันบริเวณโคนฟัน แต่ในขณะที่บางคนแม้จะเห็นได้ไม่ชัด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่มีหินปูนนะคะ แล้วหินปูนในช่องปากเกิดจากอะไร? ไม่ขูด ปล่อยทิ้งไว้ในปากแบบนี้ได้ไหม? และที่สำคัญมีวิธีการป้องกันการเกิดหินปูนหรือเปล่า วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

หินปูนในช่องปาก เกิดจากอะไร?

บางคนอาจบอกว่าหลังกินข้าวก็บ้วนปากทุกครั้ง แถมแปรงฟันวันละ 2 ครั้งทุกวัน เช้า และก่อนนอน แบบนี้จะมีหินปูนได้อย่างไร? ได้ค่ะ เพราะแม้การบ้วนปากหรือการแปรงฟันแล้วก็ตาม ในช่องปากก็จะยังคงมีแบคทีเรียหลงเหลืออยู่ดี
การที่เรากินอาหารทุกวัน วันละ 3 มื้อ ยังไม่รวมขนม นมเนย ชา และกาแฟอีก เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหินปูนในช่องปากบริเวณซอกเหงือกและฟันได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาล ที่นับเป็นแหล่งพลังงาน แหล่งอาหารชั้นเยี่ยมของแบคทีเรียเลยก็ว่าได้ และอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่นอกเหนือจากอาหารที่กล่าวมาก็คือ การสูบบุหรี่ ตัวนี้ยิ่งทำให้หินปูนเกิดได้อย่างรวดเร็วทีเดียว

หินปูนในช่องปาก ปล่อยทิ้งไว้ได้ไหม

หินปูนในช่องปาก ปล่อยทิ้งไว้ได้ไหม

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ในการขูดหินปูนมาบ้าง บางคนก็กลัวที่จะขูดหินปูน ถามว่ากลัวอะไร? กลัวเจ็บ? ไม่ค่ะ กลัวเปลืองเงิน? ไม่น่านะ เพราะเบิกประกันสังคมได้ แล้วกลัวอะไร? …กลัวเสียงของเครื่องขูดหินปูน เสียงน้ำที่ออกมาหล่อเลี้ยงช่องปากขณะขูด และเสียงของเครื่องดูดน้ำลาย ใช่ไหมคะ สารภาพมาซะดี

แต่ไม่ว่าจะกลัวอะไร มากแค่ไหนก็ตาม ผลกระทบจากการปล่อยหินปูนไว้ในช่องปาก มีดังนี้

  • ส่งผลให้มีเลือดออกขณะที่เราแปรงฟัน
  • มีกลิ่นปาก
  • ฟันเหลือง เสียบุคลิกภาพ
  • เหงือกร่น
  • เหงือกบวม เหงือกอักเสบ
  • โรคปริทนต์
  • ฟันโยก
  • ฟันห่าง
  • ฟันผุ

วิธีป้องกันการเกิดหินปูนในช่องปาก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หินปูนในช่องปากนั้นส่งผลเสียต่อเราได้มากกว่าที่เราคิด อย่างที่รุนแรงสุดก็คือ ถ้าฟันผุจนเอาไม่อยู่ สุดท้ายคือต้องถอนฟัน ทั้งนี้ หินปูนในช่องปากก็มีวิธีป้องกันได้ ดังนี้

แปรงฟันให้สะอาดและถูกหลักสุขอนามัย

แปรงฟันให้สะอาดและถูกหลักสุขอนามัย

การแปรงฟันให้สะอาดและถูกต้องตามหลักสุขอนามัย ไม่ใช่แค่ใช้ยาสีฟันและแปรงถูไปซ้ายทีขวาที แต่ฟันบนควรใช้แปรงปัดลง ฟันล่างใช้แปรงปัดขึ้น ที่สำคัญควรใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งหลังกินอาหาร เพื่อป้องกันและลดการสะสมของแบคทีเรีย

พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจสุขภาพของช่องปาก เพื่อการดูแลและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งถ้าหากใครมีโรคปริทนต์อยู่ แพทย์จะทำการนัดทุก 3 – 4 เดือน เพื่อเข้ารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง

ควบคุมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล

ควบคุมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล

เนื่องจากอาหารประเภทนี้เป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยม เป็นอาหารจานโปรดของแบคทีเรีย ส่งผลให้มีการสะสมของแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวการในการเกิดหินปูนในช่องปาก

เลี่ยงการสูบบุหรี่

เลี่ยงการสูบบุหรี่

สังเกตไหมคะ ผู้ที่สูบบุหรี่นอกจากจะมีสีฟันที่เหลืองแล้ว ยังมีคราบหินปูนที่ค่อนข้างหนาตามซอกเหงือกอีกด้วย เนื่องจากในบุหรี่จะมีส่วนประกอบของสารเคมีบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยให้แบคทีเรียเติบโตและสะสมได้ดีในช่องปาก ตามซอกเหงือกและซอกฟัน

ใช้ไหมขัดฟัน

ใช้ไหมขัดฟัน

ควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เนื่องจากการแปรงฟันอย่างเดียว ไม่สามารถเข้าถึงซอกฟันหรือซอกเหงือกได้ ส่งผลให้แบคทีเรียเกิดการสะสมได้ในบริเวณนั้น ๆ

หินปูนในช่องปากเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้ ถ้าจะให้ดี แนะนำว่าควรไปขูดหินปูน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดโรคเหงือกตามมาได้ แล้วหันมาป้องกันการเกิดหินปูนในช่องปาก เริ่มต้นด้วยการเลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ร่วมด้วย และแปรงฟันให้ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย เพียงเท่านี้ก็เป็นการดูแลสุขภาพในช่องปากได้อย่างดีแล้วค่ะ ที่สำคัญ เป็นการลดการสุญเสียฟันได้อีกด้วยค่ะ

อ้างอิง smileandcodentalclinic.com, rama.mahidol.ac.th

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง