• HOME
  • แนะนำผลิตภัณฑ์
  • Life Style
  • เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 อัปเดตวิธีตรวจผล ขั้นตอนยืนยันตัวตน และสิทธิประโยชน์ล่าสุด

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 อัปเดตวิธีตรวจผล ขั้นตอนยืนยันตัวตน และสิทธิประโยชน์ล่าสุด

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 (บัตรคนจน) เป็นมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่สำคัญสำหรับประชาชนคนไทย สำหรับใครที่ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้วและกำลังรอตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติ สามารถเช็คสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตัวเองอย่างสะดวกรวดเร็ว

ข้อควรระวัง: กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายส่งข้อความ SMS หรือส่งลิงก์ผ่าน LINE เพื่อให้กดรับเงินหรือตรวจสอบสิทธิ์ โปรดตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ

สรุปไทม์ไลน์และช่องทางเช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569


การตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติและการเริ่มใช้สิทธิ มีช่วงเวลาสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนี้

ขั้นตอน / กิจกรรม รายละเอียดและกำหนดการ
ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ตรวจสอบได้ผ่านระบบออนไลน์ที่
เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
หรือหน่วยงานรับลงทะเบียนทั่วประเทศ
ยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับผู้ที่ “ผ่านเกณฑ์” เริ่มดำเนินการได้ทันทีหลังประกาศผล
ที่ 3 ธนาคารรัฐ (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส.)
ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณา สำหรับผู้ที่ “ไม่ผ่านเกณฑ์”
ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
(ประมาณ 30–60 วันหลังประกาศผล)
เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการ ใช้จ่ายผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด
ทุกวันที่ 1 ของเดือนที่ได้รับสิทธิ

วิธีเช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69 ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์


สามารถตรวจผลได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา เพียงเตรียมข้อมูลให้พร้อมแล้วทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ลงทะเบียน
  • วัน เดือน ปีเกิด ตามหน้าบัตรประจำตัวประชาชน

4 ขั้นตอนการตรวจสอบผลบนหน้าเว็บ

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ทางการของโครงการ: welfare.mof.go.th หรือระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม govwelfare.dep.go.th
  2. คลิกเลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”
  3. กรอก เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และระบุ วัน เดือน ปีเกิด ให้ถูกต้องครบถ้วน
  4. กดปุ่ม “ตรวจสอบข้อมูล” ระบบจะแสดงผลสถานะคุณสมบัติบนหน้าจอทันที

หากระบบแสดงผลว่า “ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ” ให้เตรียมตัวเข้าสู่ขั้นตอนการยืนยันตัวตนทันที แต่หากแสดงว่า “ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ” สามารถยื่นอุทธรณ์ตามช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดได้

ตรวจสอบแล้ว “ผ่านเกณฑ์” ต้องทำอย่างไรต่อ?

ผู้ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติรอบปี 2569 ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยจึงจะเริ่มใช้สิทธิได้ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. วิธียืนยันตัวตน (e-KYC)

นำ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (Smart Card) ที่ยังไม่หมดอายุ เดินทางไปติดต่อยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า ได้ที่ธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่

2. ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน

จำเป็นต้องผูกบัญชีธนาคารใดก็ได้เข้ากับ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (ห้ามผูกด้วยเบอร์มือถือ) เพื่อรองรับเงินสวัสดิการบางประเภทที่โอนเข้าบัญชีโดยตรง เช่น เงินช่วยเหลือผู้พิการ หรือเงินคืนภาษี

3. กรณีกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ)

หากไม่สามารถเดินทางไปธนาคารได้ด้วยตนเอง สามารถทำเรื่อง มอบอำนาจ ให้ผู้ดูแลไปดำเนินการแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสาร:

  • หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ได้รับสิทธิ และของผู้รับมอบอำนาจ
  • ใบรับรองแพทย์ หรือบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี)

ตรวจสอบแล้ว “ไม่ผ่านเกณฑ์” ยื่นอุทธรณ์ได้ที่ไหน?

หากผลการคัดกรองระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากเกณฑ์รายได้เฉลี่ยครอบครัว ทรัพย์สินทางการเงิน หรือการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเกินกำหนด สามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์ได้ดังนี้

  1. ยื่นอุทธรณ์ออนไลน์: เข้าเว็บไซต์ welfare.mof.go.th เลือกเมนู “ยื่นอุทธรณ์” และระบุเหตุผลพร้อมแนบหลักฐานเพิ่มเติม
  2. ยื่นอุทธรณ์ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน: เช่น สาขาธนาคารกรุงไทย, ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, สำนักงานคลังจังหวัด, ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตใน กทม.
  3. ติดตามผลการอุทธรณ์: กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลไปตรวจสอบซ้ำกับหน่วยงานต้นสังกัด และประกาศผลการอุทธรณ์อีกครั้งตามรอบเวลาที่กำหนด

วงเงินและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569)


ผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด ทุกวันที่ 1 ของเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป) ดังนี้

รายการสวัสดิการ วงเงินช่วยเหลือ เงื่อนไขและช่องทางลงทะเบียนรับสิทธิ
วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท / เดือน ซื้อของจำเป็นที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ
หรือร้านค้าที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ
ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท / 3 เดือน ใช้เป็นส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มกับร้านค้าที่
เข้าร่วมโครงการตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด
วงเงินค่าเดินทางสาธารณะ 750 บาท / เดือน ใช้ชำระค่าโดยสาร ขสมก., บขส., รถไฟฟ้า
MRT/BTS/ARL/สายสีแดง และรถไฟ
ส่วนลดค่าไฟฟ้า 315 บาท / ครัวเรือน / เดือน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
(ใช้ไฟไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด)
ส่วนลดค่าน้ำประปา 100 บาท / ครัวเรือน / เดือน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่
การประปานครหลวง (กปน.) หรือ
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)
(ใช้น้ำไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ใช้บัตรประชาชนรุ่นเก่าที่ไม่มีชิปสมาร์ตการ์ดได้ไหม?
    A: ไม่ได้ ผู้ได้รับสิทธิจะต้องไปทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่แบบสมาร์ตการ์ดที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอก่อนนำไปยืนยันตัวตนและรูดใช้สิทธิ
  • Q: สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนที่ธนาคารไม่ผ่าน ทำอย่างไร?
    A: เจ้าหน้าที่ธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและให้ลองสแกนซ้ำ หากรูปถ่ายบนบัตรประชาชนเก่าเกินไปจนระบบจำหน้าไม่ได้ อาจจำเป็นต้องไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ก่อนดำเนินการอีกครั้ง
  • Q: หากยืนยันตัวตนช้า จะเสียสิทธิย้อนหลังหรือไม่?
    A: ผู้ที่ยืนยันตัวตนล่าช้าจะเริ่มใช้สิทธิได้ตามรอบเดือนที่ระบุ โดยกระทรวงการคลังอาจมีการทบวงเงินซื้อสินค้าให้ย้อนหลังตามเงื่อนไขของแต่ละรอบ แต่สิทธิส่วนลดค่าเดินทาง ค่าน้ำ และค่าไฟจะไม่ได้รับย้อนหลัง ดังนั้นจึงควรรีบยืนยันตัวตนให้เร็วที่สุด

ช่องทางติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: โทร 02-109-2345 (วันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทำการ)
  • กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (กรมบัญชีกลาง): โทร 02-270-6400
  • เว็บไซต์ทางการกระทรวงการคลัง: www.mof.go.th