10 น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี 2021

สุขภาพและความงาม

ทุกๆคนคงเคยได้ยินคำว่าน้ำมันปลา แต่ก็ยังมีเพื่อนๆหลายคนที่สับสนกับคำว่าน้ำมันตับปลาและน้ำมันปลา มันเหมือนกันหรือต่างกันตรงไหน สำหรับน้ำมันปลานั้นสกัดมาจากส่วนต่าง ๆ ของปลาที่มีไขมัน ในขณะที่น้ำมันตับปลาสกัดมาจากตับของปลาค็อดเรียกได้ว่าน้ำมันตับปลาก็คือ น้ำมันปลาชนิดหนึ่งนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าน้ำมันปลาจะมีสารอาหารและประโยชน์ที่มากกว่า ดังนั้นวันนี้เราจึงจะนำน้ำมันปลาหลากหลายยี่ห้อมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้สรรพคุณและประโยชน์ของน้ำมันปลากัน แต่ก่อนที่จะไปแนะนำ อาจจะยังมีเพื่อนๆหลายคนที่สงสัยอยู่ว่าน้ำมันปลาคืออะไร มีประโยชน์ยังไงบ้าง เราจะพาเพื่อนๆไปรู้แหล่งที่มา ประโยชน์และสารอาหารต่างๆของน้ำมันปลากันก่อนเลย

อาหารเสริม น้ำมันปลา คืออะไร

อาหารเสริมน้ำมันปลาหรือ Fish oil คือน้ำมันที่ได้จากกระบวนการสกัดเอาน้ำมันออกมาจากส่วนต่างๆ ของปลา เช่น เนื้อปลา หนังปลา หางปลา หัวปลา โดยปลาทะเลที่นำมาสกัดนั้นเป็นปลาที่อยู่ในทะเลน้ำลึกเขตหนาวเย็น ซึ่งเป็นตัวช่วยที่จะเสริมสร้างให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงโดยเฉพาะคนที่ต้องการดูแลสุขภาพหรือคนที่มีโรคประจำตัวต่างๆไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและคนที่มีปัญหาไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง แต่คนทั่วไปก็สามารถรับประทานได้ เพราะน้ำมันปลามีกรดหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงมีสารอาหารดี ๆ ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่ร่างกายเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เองนั้นคือกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกายที่ต้องได้รับเป็นประจำ ดังนั้นการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่อยากจะลองเริ่มต้นการรับประทานอาหารเสริมและยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีไวรัสต่างๆเราจึงต้องควรดูแลตัวเองให้ร่างกายแข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาถือเป็นตัวเลือกที่ไม่สามารถมองข้ามในเรื่องของสรรพคุณและความน่าสนใจของอาหารเสริมชนิดนี้ได้เลย

ประโยชน์ของ EPA และ DHA

สิ่งที่น่าสนใจของอาหารเสริมน้ำมันปลาคือมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายระบบและยังเสริมสร้างสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้คือ กรดไขมันโอเมก้า-3และในกรดไขมันโอเมก้า-3 นั้นจะประกอบด้วยกรดไขมันสำคัญ คือ

Eicosapentaenoic acid (EPA)

ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด พร้อมทั้งป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด โดยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจได้ นอกจากนั้น EPA ยังช่วยลดอาการปวดอักเสบตามข้อในคนสูงอายุ

Docosahexanoic acid (DHA)

ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ความจำ ตลอดจนช่วยพัฒนาการมองเห็น จึงมีประโยชน์อย่างมากในเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการพัฒนาการของสมอง ในวัยทำงานที่เครียดกับการทำงาน หรือผู้ที่ใช้สายตาเป็นอย่างหนักเป็นประจำอาทิเช่น คนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

วิธีการเลือกน้ำมันปลา

วิธีการเลือกอาหารเสริมน้ำมันปลานั้นสามารถเลือกได้หลากหลายรูปแบบอยู่ที่ความต้องการหรือจุดประสงค์ของผู้รับประทาน ดังนั้นวิธีการเลือกน้ำมันปลาจะมีได้หลายวิธีแต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าควรเริ่มเลือกจากวิธีไหน เราจะมาแนะนำ3วิธีในการเลือกเบื้องต้นให้กับเพื่อนๆ โดยแบ่งออกได้เป็นดังนี้

เลือกบริโภคแบบที่สกัดจากปลา

น้ำมันปลาส่วนใหญ่เป็นไขมันหรือน้ำมันที่สกัดจากเนื้อเยื่อของปลาบางชนิดอย่างปลาแมกเคอเรล ปลาเฮอร์ริง ปลาทูน่า และปลาแซลมอน ซึ่งวิธีการเลือกบริโภคลักษณะนี้จะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล บางคนก็ไม่สามารถรับประทานที่มาจากปลาชนิดอื่นได้รับประทานได้ชนิดเดียว ก็ต้องอ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนซื้อว่าสกัดมาจากปลาชนิดใด

เลือกจากสูตร

ปัจจุบันมีแบรนด์อาหารเสริมที่พัฒนาคุณภาพและมีสูตรน้ำมันปลาให้เลือกหลากหลาย ตามความต้องการของคนทุกเพศ ทุกวัย เรามาลองทำความรู้จักกับน้ำมันปลาแต่ละสูตรดังนี้

  • สูตรมาตรฐาน ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นใส่ใจตัวเอง อยากมีสุขภาพที่ดี และไม่ค่อยกินปลาเป็นประจำ
  • สูตรเม็ดเล็ก ไร้กลิ่นคาว เหมาะสำหรับคนที่อยากดูแลตัวเอง แต่ไม่ชอบทานน้ำมันปลาเม็ดใหญ่ หรือมีกลิ่นคาวปลา สูตรนี้ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น และเหมาะสำหรับเด็ก
  • สูตรที่มี DHA สูง เหมาะสำหรับคนที่ ต้องการบำรุงสมอง สายตา และความจำ
  • สูตรที่มี EPA สูง สำหรับคนที่ชอบกินของทอด อาหารที่มีไขมันสูง หรือเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เพราะ EPA ช่วยลดไขมันในเลือด
  • สูตรที่มีโอเมก้า 3 เข้มข้นเป็น 2 เท่าจากสูตรปกติ สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ชอบความสะดวก สามารถรับประทานแค่เม็ดเดียวก็เพียงพอต่อความต้องการน้ำมันปลาในแต่ละวัน

เลือกจากโภชนาการ

การเลือกจากโภชนาการ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกอาหารเสริมน้ำมันปลา เพราะหลายๆคนก็จะมีจุดประสงค์ในการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงควรศึกษาก่อนว่าแบรนด์ไหนกินแล้วจะช่วยในเรื่องอะไรบ้าง แล้วเหมาะกับช่วงวัยหรือจุดประสงค์ที่เราจะรับประทานหรือไม่

น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี

หลังจากที่ทราบถึงความหมายและประโยชน์ของน้ำมันปลาแล้ว เราจะมาแนะนำ10ยี่ห้อน้ำมันปลาที่เพื่อนๆอาจจะเคยเห็นหรือได้ยินมาแต่ไม่รู้ถึงข้อมูลและประโยชน์ของยี่ห้อนั้นๆ ดังนั้นเราจึงจะมาพาเพื่อนๆไปดู 10 น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนที่จะถูกใจเพื่อนๆ โดยไปเริ่มที่ยี่ห้อแรกกันเลย

BLACKMORES Fish Oil 1000

สำหรับน้ำมันปลาแบรนด์นี้ ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของแบรนด์นี้ด้านอาหารเสริมที่ได้รับรองมาตรฐานหลากหลายชนิดและมีคุณภาพที่ดี และในตัวน้ำมันปลาไม่มีกลิ่นคาวสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เมื่อรับประทานจะช่วยในเรื่องการบำรุงสมองและสายตา เสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับไขมันในเลือด เพราะสกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกที่อุดมไปด้วยโอเมก้า3ที่ดีต่อสุขภาพ ถ้าได้ลองซื้อมารับประทานแล้วจะต้องติดใจแน่นอนค่ะ

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 80 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานพร้อมอาหาร วันละ 1-3 แคปซูล ทุกวัน

VISTRA Salmon Fish Oil Plus Vitamin E

น้ำมันปลาแบรนด์นี้มีส่วนผสมของวิตามินอีที่จะช่วยต้านสารอนุมูลอิสระและข้อแตกต่างของแบรนด์นี้ที่ไม่เหมือนแบรนด์อื่นคือการใช้น้ำมันปลาแซลมอนต่างจากน้ำมันตับปลาตรงที่น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาทะเลบางชนิด ซึ่งมีวิตามิน A และ D ในปริมาณสูง จึงเหมาะสำหรับเสริมสร้างกระดูกและสายตา ซึ่งในน้ำมันปลามีน้อยกว่า และสำหรับผู้ที่เหมาะจะรับประทานคือผู้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจเพราะป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและสมองขาดเลือดชั่วคราว

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 75 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

Giffarine Fish Oil

น้ำมันปลาแบรนด์นี้สกัดจากส่วนของเนื้อ หนัง หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึกโดยเฉพาะปลาในเขตหนาว ซึ่งทำให้น้ำมันปลาแบรนด์นี้มีคุณภาพและอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ เมื่อรับประทานน้ำมันปลาเข้าไปจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกรีเซอร์ไรด์ที่เป็นอันตราย อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย และแบรนด์นี้แนะนำให้รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย วัยเด็กก็สามารถรับประทานได้เพื่อช่วยเสริมสร้างบำรุงระบบประสาทและสมอง

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 90 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

MEGA We care FISH OIL 1000 mg

เป็นน้ำมันปลาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานและยังผลิตในประเทศไทยซึ่งทำให้ใครที่อยากลองรับประทานและอุดหนุนคนไทยด้วยกันเองด้วยนะคะ ซึ่งแบรนด์นี้จะมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรงนิดหน่อย สำหรับใครที่ยังไม่เคยรับประทานอาจจะรู้สึกคาวได้ แต่ถ้าในด้านปริมาณและคุณภาพถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าต่อการลองรับประทานแน่นอน เพราะควบคุมคุณภาพโดยบริษัทภายใต้มาตรฐานการผลิตยา

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
vจำนวน 100 เม็ด
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

Bewel Salmon Fish Oil

เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบต้นกำเนิดจากประเทศไอซ์แลนด์และผลิตน้ำมันปลาในโรงงานที่ประเทศไทยโดยน้ำมันปลาแบรนด์นี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาแซลมอน ผสมวิตามินอี มีโอเมก้า 3 เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตระดับสากล GMP สำหรับรสชาติของน้ำมันปลาแบรนด์นี้ไม่มีกลิ่นคาวของปลาเลยและเป็นแคปซูลที่รับประทานได้สะดวกเพราะเป็นซอฟเจล แต่ข้อควรระวังคือวัยเด็กและหญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 70 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานวันละ 1-2 แคปซูล หลังอาหารเช้า-เย็น

NUTRILITE Fish Oil Capsule

สำหรับน้ำมันปลาแบรนด์นี้ น่าจะเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยสำหรับใครหลายๆคนเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทแอมเวย์ได้การันตีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพผิว เส้นผม และเล็บให้มีสุขภาพดี อีกทั้งช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย และตัวผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ไม่เจือสีไม่ใช้วัตถุแต่งกลิ่นรสและไม่ใช้วัตถุกันเสีย ข้อควรระวังสำหรับการรับประทานน้ำมันปลาคือเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานและควรอ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค

ขนาด 525 มิลลิกรัม
จำนวน 90 แคปซูล
EPA 80 มิลลิกรัม
DHA 60 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานวันละ 1-2 แคปซูล พร้อมอาหาร

NUTRAKAL Salmon Oil Fish Omega 3

เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากปลาแซลมอนธรรมชาติจากแอตแลนติกเหนือ ประเทศนอร์เวย์อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวและโอเมก้า 3 ซึ่งสามารถลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้ 20-50% รองรับด้วยผลการวิจัยทางการแพทย์ และสามารถรับประทานได้ง่ายเพราะตัวแคปซูลเป็นแบบซอฟเจลจึงทำให้ไม่มีกลิ่นคาวของปลาหรือมีอาจจะน้อยมาก แต่สำหรับแบรนด์นี้แนะนำให้รับประทานในกลุ่มวัยผู้สูงอายุและผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 90 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร

Vitamate Fish Oil

สำหรับน้ำมันปลาแบรนด์นี้สามารถรับประทานได้ตั้งแต่เด็กวัยเรียนไปจนถึงผู้ใหญ่ ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นประจำและขาดการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยป้องกันและรักษาโรคผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยบำรุงหลอดเลือดหัวใจและสมองให้แก่ผู้ที่รับประทาน ในรูปแบบของแคปซูลมาในรูปแบบซอฟเจลช่วยให้กลืนได้ง่ายขึ้นและลดกลิ่นคาวของปลาได้ดีอีกด้วย ซึ่งรับรองได้เลยว่าแบรนด์นี้มีกลิ่นคาวที่ค่อนไปทางน้อยหรือไม่มีเลยค่ะ

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 30 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง พร้อมอาหาร

Now Foods Molecularly Distilled Omega-3

น้ำมันปลาแบรนด์นี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรอง อย.ของประเทศไทย ซึ่งทำให้เราสามารถไว้วางใจได้ในขั้นตอนการผลิตและคุณภาพของน้ำมันปลา แบรนด์นี้ได้เคลมว่าสตรีมีครรภ์และเด็กสามารถรับประทานได้เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกายที่เป็นสารอาหารสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัยและแบรนด์นี้ยังปลอดGMO ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าแบรนด์นี้มีคุณภาพและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแน่นอน

ขนาด 1000 มิลลิกรัม
จำนวน 200 แคปซูล
EPA 180 มิลลิกรัม
DHA 120 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน รับประทานวันละ2ครั้งหลังมื้ออาหารเช้า-เย็น

Vitaxtrong Omeflame X3000

สำหรับแบรนด์นี้ผู้ที่ชื่นชอบออกกำลังกายอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์นี้ในเรื่องของเวย์โปรตีนแต่ทางแบรนด์ก็มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันปลามาเสริมสร้างให้กับผู้ที่รักออกกำลังกายได้รับประทานกัน ซึ่งปริมาณในการรับประทานต้องดูจากน้ำหนักของผู้รับประทาน และมีส่วนผสมของน้ำมันปลาที่เข้มข้นกว่าทุก ๆ แบรนด์ ด้วยค่าความเข้มข้นถึง 3,000 มิลลิกรัม ซึ่งจะทำให้มีปริมาณของโอเมก้า3เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่ถึงจะมีความเข้มข้นอยู่มากแต่กลิ่นนั้นกลับไม่มีความคาวเพราะทางแบรนด์ได้ทำการแต่งกลิ่นด้วยเลม่อนทำให้กลิ่นคาวไม่มีอยู่

ขนาด 3000 มิลลิกรัม
จำนวน 180 แคปซูล
EPA 1200 มิลลิกรัม
DHA 900 มิลลิกรัม
วิธีรับประทาน 2-3 แคปซูลต่อวัน

น้ำมันปลากินแค่ไหนถึงจะดี ?

น้ำมันปลาควรกินให้สม่ำเสมอทุกวันจะเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับผู้รับประทานเพราะจะได้รับประโยชน์จากกรดไขมันโอเมก้า-3 ในน้ำมันปลาได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากประสิทธิภาพในการทำงานของน้ำมันปลาจะไม่แสดงประสิทธิภาพทันทีแต่จะค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ ซึ่งในความต้องการของคนทั่วไปจะต้องการปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3ประมาณ500 กรัม/วัน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจหรือคนที่มีปัญหาไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูงก็จะต้องการในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานจะดีที่สุดค่ะ

วิธีรับประทานน้ำมันปลาให้ถูกต้อง

วิธีการรับประทานน้ำมันปลาให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นไม่มีการกำหนดตายตัวว่าควรรับประทานในเวลาไหนถึงจะมีประสิทธิภาพที่สุด แต่จากข้อสังเกตของผู้รับประทานและแพทย์ มีข้อสังเกตว่าการกินน้ำมันปลาพร้อมอาหารหรือหลังมื้ออาหาร ร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่าและลดอาการข้างเคียงอื่นๆ ได้ ซึ่งการรับประทานน้ำมันปลาช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่หลายๆแบรนด์แนะนำให้รับประทานเพื่อที่จะได้ดูดซึมน้ำมันปลาให้ได้มากที่สุด

เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับ10น้ำมันปลายี่ห้อต่างๆที่เราได้คัดสรรมาให้เพื่อนๆโดยเฉพาะ หวังว่าจะมียี่ห้อที่เพื่อนๆถูกใจกันนะคะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาหรือไม่รู้จะเริ่มต้นการเลือกซื้อยังไง เราก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มตัวเลือกในเลือกซื้อให้เพื่อนๆมากขึ้นนะคะ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง