FAV – FAV A GOOD TIME –

สุดยอดสมุนไพรจีนต้นตำหรับ

สมุนไพรจีนสุดยอดสมุนไพรแห่งต้นตำรับสำหรับการบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่าง ๆ ที่มีอายุนับพันปี ที่ไม่ได้มีดีแค่การดำรงชีวิตอยู่มานานแต่มีดีในเรื่องของสรรพคุณทางยาต่าง ๆ มากมายวันนี้เราเลยจะมาแนะนำสมุนไพรจีนที่มีทั้งประโยชน์และมีอายุเป็นพัน ๆ ปีมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักจะมีตัวไหนบ้างนั้นตามมาดูกันเลยค่ะ

1) เหง้าบัว


IMG BY : goodlifeupdate
เหง้าบัว หรือที่ชาวจีนนิยมเรียกว่า หน่อยเก๋า หรือ กวงพั้ง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น มีรสชาติหวานสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งของคาวและหวาน อีกทั้งยังสามารถรับประทานได้ทั้งรากบัวที่ดิบและรากบัวที่สุกแล้วแต่เพื่อน ๆ จะรับประทานแบบไหนก็เป็นผลดีทั้งคู่ค่ะเพราะสรรพคุณทางยาของรากบัวจะแตกต่างกันออกไป เห็นประโยชน์เยอะขนาดนี้แล้วเพื่อน ๆ อย่าลืมหาซื้อมาทานกันนะคะ

จุดเด่นของเหง้าบัว

  • มีรสหวาน
  • มีธาตุเย็น
  • เป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมายทั้งต้านอณุมูลอิสระ บำรุงไต หัวใจ บำรุงม้าม ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงโลหิต เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และแก้อาการท้องเดิน
ปริมาณที่ควรรับประทาน วันละ 6 – 12 กรัม หรือ ประมาณ 2 – 3 ชิ้นต่อวัน
เมนูที่สามารถทำได้ รากบัวต้มน้ำตาล หรือจะนำไปต้มไปตุ๋นคู่กับกระดูกหมูก็ได้นะคะ สามารถปรับทำได้ทุกเมนูเลย

2) แปะก๊วย


IMG BY : sgethai
แปะก๊วย สมุนไพรโบราณจากเมืองจีนที่สรรพคุณล้ำค่ามีจุดเด่นและเป็นที่จดจำได้ในเรื่องของการช่วยบำรุงสมองและเรื่องความจำประโยชน์ของแปะก๊วยไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะคะ แต่จะมีอะไรบ้างเป็นประโยชน์หรือโทษอย่างไรนั้นต้องตามอ่านด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

จุดเด่นของแปะก๊วย

:

  • เมล็ดแปะก๊วยมีฤทธิ์ร้อนช่วยในการบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ
  • สามารถช่วยรักษาโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ และโรคระบบทางเดินปัสสาวะ
ปริมาณที่ควรรับประทาน วันละ 3 – 4 เม็ด สำหรับสารสกัดแปะก๊วยเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมควรรับประทานไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม
เมนูที่สามารถทำได้ สามารถนำไปประกอบได้หลากหลายเมนูทั้งคาวและหวานยกตัวอย่าง เช่น ไก่ตุ๋นเห็ดหอมแปะก๊วย ต้มถั่วดำใส่แปะก๊วย แปะก๊วยน้ำขิง เป็นต้น
ข้อควรระวัง การใช้ในปริมาณมากอาจจะได้รับผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย หรือมีอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนังได้ ฉะนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะตามที่ระบุไว้นะคะ และไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรค่ะเพราะอาจส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดได้

3) โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้


IMG BY : gourmetandcuisine
โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ซุปเปอร์ฟรุต โดยผลของโกจิเบอร์รี่นั้นจะมีสีแดงอมส้ม ขนาดเล็ก และมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน สรรพคุณทางยาก็มีมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็ง ล้างสารพิษในตับ เป็นต้น

จุดเด่นของเก๋ากี้

  • ผลของโกจิเบอร์รี่จะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน
  • ตัวผลจะมีขนาดเล็กมีสีแดงอมส้ม แถมมาด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดโดยมีกรดอะมิโนถึง 19 ชนิด
  • มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการรวม 21 ชนิด
  • มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 500 เท่า
  • มีวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 และวิตามินอี
  • ช่วยในเรื่องของการปรับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
  • ช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลายจากสารเคมีหรือรังสีให้กลับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น แถมยังต่อต้านอนุมูลอิสระจากการทำลายเซลล์และชะลอความชราของเราได้ด้วย
ปริมาณที่ควรรับประทาน โกจิเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่สามารถรับประทานได้เรื่อย ๆ และไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายของเราแต่ถ้าจะให้แนะนำแล้วหละก็ควรรับประทาน 6 – 12 กรัมต่อวัน
เมนูที่สามารถทำได้ สามารถรับทานได้ในรูปแบบของคาวและของหวานยกตัวอย่างเมนูเช่น สมูทตี้โกจิเบอรี่ สลัดโกจิเบอรี่ ต้มจืดมะระ เป็นต้น
ข้อควรระวัง สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

4) จันทร์แปดกลีบ หรือ โป๊ยกั๊ก


IMG BY : disthai
โป๊ยกั๊ก หรือ จันทน์แปดกลีบ คือ เครื่องเทศและสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อนแต่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจเป็นเครื่องเทศสมุนไพรโบราณของประเทศจีนมายาวนานกว่าสหัสวรรษนับเป็นสมุนไพรโบราณชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยามากมาย

จุดเด่นของโป๊ยกั๊ก

  • มีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ให้ความเผ็ดร้อนเล็กน้อย
  • มีสรรพคุณเด่น ๆ ในเรื่องการรักษาโรคในกรเพาะอาหารและขับลมต่าง ๆ
ปริมาณที่ควรรับประทาน ต้มรับประทานครั้งละ 3 – 6 กรัม หรือจะใช้เป็นยาภายนอกในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับวิธีการใช้คือต้องทุบให้พอแตกก่อนนำใช้นะคะเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดต่าง ๆ มีฤทธิ์มากขึ้นค่ะ
เมนูที่สามารถทำได้ นิยมนำมาต้มรวมเป็นเครื่องเทศเพื่อเพิ่มความหอมหวานให้กับเมนูต้ม ตุ๋น ต่าง ๆ เช่น หมูพะโล้ สตูเนื้อตุ๋นเครื่องยาจีน

5) หล่อฮั้งก้วย


IMG BY : diyinspirenow
หล่อฮั้งก้วยสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูงแม้จะรับประทานในปริมาณมากก็ไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายโดยสามารถรับปะทานได้ทั้งเด็กและสตรีมีครรภ์แถมมาด้วยคุณประโยชน์มากมาย เช่น คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบต่าง ๆ เป็นต้น รู้ประโยชน์ขนาดนี้แล้วอย่าลืมหาซื้อมาทานเพื่อดูแลสุขภาพกันนะคะทุกคน

จุดเด่นของหล่อฮั้งก้วย

  • มีรสชาติหวานชุ่มคอบวกกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้เวลารับประทานเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่น
  • มีคุณสมบัติในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ และยังเป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจากตัวหล่อฮั้งก้วยนี้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ
ปริมาณที่ควรรับประทาน สามารถรับประทานได้เรื่อย ๆ ไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย
เมนูที่สามารถทำได้ นิยมนำผลแห้งมาต้มเป็นเครื่องดื่มเนื่องจากมีรสชาติหวานและมีสารให้ความหวานใช้แทนน้ำตาลได้
ข้อควรระวัง ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารประเภทตระกูลแตงควรหลีกเลี่ยงเนื่องจากจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้

จบไปแล้วนะคะสำหรับการแนะนำสมุนไพรจีนสมุนไพรสูตรต้นตำหรับที่มีคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาในการบำรุง และรักษาโรคต่าง ๆ มากมาย เพื่อน ๆ คนไหนอยากหันมาดูแลสุขภาพโดยใช้ศาสตร์ของสูตรยาสมุนไพรจีน ร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันเราว่ามันก็ไม่แย่นะคะมีข้อมูลให้ศึกษามากมายเลยอาจจะลองศึกษาจากสมุนไพรทั้ง 5 ตัวที่เราแนะนำไปก่อนก็ได้ค่ะ

Exit mobile version